เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ

เบียร์ที่เห็นที่ญี่ปุ่นอาจไม่ใช่ “เบียร์” ก็ได้ / “เบียร์” กับการตีความของภาษีสุราของญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่าในบทความนี้จะพูดถึงเกี่ยวกับเบียร์และกฎหมายเบียร์ของที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นซึ่งไม่น่าจะเหมือนกับของไทยหรือประเทศอื่นๆ  ถ้าเพื่อนๆมีอะไรอยากแชร์ หรือท้วงติง ก็สามารถคอมเม้นต์กันได้เลยค่ะ

เมื่อปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปญี่ปุ่น(เป็นครั้งแรก 55) และได้ไปถ่ายเบียร์จ๋าTV ตอนพิเศษ “เบียร์จ๋าอาริกาโตะ” มา
สามารถดู Playlist ของ ซีซั่น 1 ได้ที่นี่เลยค่ะ

ครั้งแรกที่เข้าไปร้านสะดวกซื้อ เราก็ตกใจตามประสาคนไม่เคยไป โหแบบตู้เบียร์มันมีให้เลือกหลายแบบมากๆๆ
แต่พออยู่ไปได้สักพัก ก็สังเกตุว่า ในตู้ตามร้านสะดวกซื้อ เห็นมีเยอะๆ แต่จริงๆแล้วมีแค่ไม่กี่บริษัทเอง
ก็จะมี Asahi , Kirin , Sapporo ฯลฯ ​เป็นเบียร์ตลาดซะส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นยี่ห้อแปลกๆเท่าไหร่ นอกจากบางที่ที่เค้าเอา Craft Beer มาวางบ้าง

เลยเป็นคำถามว่า ที่เค้าออกกันมาหลายๆตัวเนี่ย  มันแตกต่างกันยังไงกัน

DSCF0213

ตู้เบียร์ทั่วๆไปตามร้านสะดวกซื้อ จะมีประมาณ 2-3 ตู้  นอกจากเบียร์ก็จะมีพวกชูไฮ สาเก วิสกี้ ฯลฯ

เชื่อหรือไม่คะ ประมาณ 30% ในนี้ ไม่ใช่ “เบียร์” เลย

bbbb

อาจจะมีตัวอักษรญี่ปุ่นที่ไม่รู้ว่าเค้าเขียนว่าอะไร แต่ดูจากทรง อย่าง Clear Asahi เนี่ย แม่งเป็น “เบียร์” แน่ๆๆ จะไม่ใช่เบียร์ได้ยังไงกัน

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า Definition ของเบียร์ที่เราจะพูดถึงในวันนี้
จะพูดถึงการแบ่งประเภทตามกฎหมายภาษีสุรา ของประเทศญี่ปุ่น

 

การที่จะจำแนกว่าอะไรคือ “เบียร์”  และเป็นประเภทไหน อยู่ที่องค์ประกอบหลักๆ 2 อย่าง คือ “ปริมาณของ Malt” และ “วัตถุดิบ” ที่ใช้  *รายละเอียดยิบย่อยจะขอข้ามไปนะคะ

 

ในกฎหมายภาษีสุราของประเทศญี่ปุ่น เราสามารถจำแนก “เบียร์” และ “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสเบียร์” ออกได้ 3 ประเภท นั่นคือ

 

1.เบียร์

bbb2

ในกฎหมายภาษีสุราญี่ปุ่น ได้ให้คำจำกัดความของประเภท “เบียร์” ไว้

1.ใช้ Malt เป็นวัตถุดิบมากกว่า 2 / 3 (ไม่รวมน้ำ)
2.ใช้วัตถุดิบที่อนุญาตตามที่ระบุ  (นั่นคือ Malt, Hop, น้ำ, Wheat/Barley, ข้าว, ข้าวโพด,Sorghum, Potato, Starch,Saccharide,Caramel)
3.แอลกอฮอล์ไม่เกิน 20%
4.มีฟอง

สินค้าที่อยู่ในประเภทนี้ ถ้าสังเกตที่กระป๋องจะมีเขียนคำว่า “เบียร์” ビール กำกับอยู่ค่ะ อย่างเช่น (ขอเน้นยกตัวอย่างเป็นเบียร์ตลาดนะคะ) Asahi Superdry, Kirin Ichiban Shibori,  Suntory The Premium Malts

bbb3

 

2.ฮัปโปชุ (Low-Malt Beer)

bbb4

ฮัปโปชุ 発泡酒 แปลตามตัวคันจิจะได้ความหมายว่า “เหล้าที่มีฟอง” อาจจะงงๆ แต่ถ้าเปิดดิก เค้าจะแปลว่า Low Malt Beer
คำจำกัดความของประเภทที่ 2 เหล้าที่มีฟอง

1.ใช้ Malt หรือ Wheat/Barley เป็นวัตถุดิบแต่ไม่ถึง 2/3 (ไม่รวมน้ำ) แต่ไม่ได้กำหนดปริมาณขั้นต่ำ  ว่ากันว่าส่วนใหญ่แล้วจะใช้แค่ 1/4 เท่านั้น (ปริมาณของ Malt ที่ใช้มีส่วนในการคิดภาษี)** ป.ล.มีกรณีที่ใช้ Malt เกิน 2/3 แต่ว่ามีการใช้วัตถุดิบอื่นนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด ก็จะกลายเป็นประเภทนี้เช่นกัน ตัวอย่างอยู่ด้านล่างจ๊ะ
2.ไม่มีวัตถุดิบที่บังคับ ขอแค่ใช้ Malt ,Wheat/Barley นอกนั้นจะใช้อะไรก็ได้  (แต่ถ้าเพิ่มเหล้าจะกลายเป็นอีกประเภทนะ)
3.แอลกอฮอล์ไม่เกิน 20%
4.มีฟอง

ถ้าสรุปง่ายๆก็คือคล้ายๆข้อ 1 แต่ Malt น้อยกว่า และไม่มีข้อกำหนัดเรื่องวัตถุดิบ สินค้าในประเภทนี้ ในกระป๋องจะระบุว่าเป็น 発泡酒 ฮัปโปชุ เช่น  Kirin Tanrei, Asahi Hon-nama/ Asahi Style Free

bbb5

 

จริงๆแล้วส่วนตัวไม่อยากแปลฮัปโปชุ ว่า Low Malt Beer เพราะว่า มีเบียร์หลายตัวที่ใช้ Malt เกิน 2/3 แต่ว่ามีส่วนผสมอย่างอื่นที่อยู่นอกเหนือที่กฎหมายระบุไว้ทำให้กลายเป็นประเภทที่ 2 โดยเฉพาะพวกคราฟต์เบียร์ต่างๆ

994535659001765_common

 

อย่างเช่นคราฟต์เบียร์ Suiyoubi no Neko ของค่าย YOHO ตัวนี้  ใช้ MALT ถึง 99% แต่ว่าถูกจัดให้เป็นประเภท 2  (คิดว่าเพราะว่าใช้เปลือกส้ม)

เพิ่มเติม(19 May 2017)  : Suiyoubi no Neko ใช้เปลือกส้มและเมล็ดผักชีเป็นส่วนผสมด้วย เลยไม่ได้ถูกจัดเป็นประเภท 1  แต่ว่าเนื่องจากประเภท 2 นี้จะคิดอัตราภาษีตามปริมาณการใช้ MALT ซึ่งตัวนี้ใช้ถึง 99% ทำให้ท้ายที่สุดค่าภาษีพอๆกับประเภทแรกเลย  (อ้างอิง — https://www.facebook.com/yonayonaale/photos/a.298337133563319.71910.167129323350768/1217764818287208/?type=3&theater)

 

 

3.THIRD BEER (New Genre)

ถ้าพูดในทางกฎหมายภาษีสุรา อาจจะเรียกได้ว่า เป็นเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ที่มีรสเบียร์ แต่ไม่จัดเป็นประเภทเบียร์  ฟังดูแล้วอาจชวนงงนิดหน่อย  คำว่า Third Beer เป็นคำที่สื่อมวลชนตั้งให้ ว่าเป็นเบียร์ “ประเภทที่ 3”  เนื่องจากมันไม่อยู่ใน 2 หมวดแรก คือ1.เบียร์ 2.Low Malt Beer   แต่ในการ PR บริษัทเบียร์จะเรียกเบียร์ประเภทนี้ว่า New Genre (ประเภทใหม่)

แบ่งออกไปได้อีก 2 กรณีนั่นคือ

bbb6

3.1 NO MALT  เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสเบียร์ ที่ไม่ได้ใช้ MALT เลย (ใช่แล้วล่ะ!)

3.2 เอา Spirit ที่เกิดจาก Malt หรือ เหล้าที่เกิดจากการกลั่นลงไปใน Low-Malt Beer อีกที    ประมาณว่าเอา 2.Low Malt Beer มาเพิ่ม Spirit   มีบางสื่อเรียกประเภทนี้ว่า Forth Beer (เบียร์ประเภทที่ 4) ด้วย

 สำหรับในประเภทแบบ NO MALT ตัวอย่างเช่น Kirin Nodogoshi, Sapporo Draft One, Suntory Jokki Nama

bbb8

หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว ถ้าไม่ใช้ MALT แล้วใช้อะไรล่ะ  อันนี้น่าสนใจมาก  เราสามารถดูส่วนผสมที่ใช้ในกระป๋องได้เลย  อย่างเช่นตัว Nodogoshi ที่ถ้าใครเคยไปต้องเคยเห็นแน่ๆ ตัวนี้จะใช้ Hop, น้ำตาล, โปรตีนถั่วเหลือง, ยีสต์สกัด (สังเกตว่าไม่มี Malt ในส่วนผสมเลย)

bbb9

(อันนี้ภาพจาก Official Site)

สำหรับในประเภท 3.2 คือเป็นประเภทเอา Low-malt Beer มาเติมเหล้า (Spirit) เพิ่ม ตัวอย่างเช่น Clear Asahi, Suntory Kinmugi Rich Malt, Sapporo Mugi to Hop The gold

bbb10

ที่น่าสนใจคือ ในทางกฎหมายแล้ว เครื่องดื่มประเภทที่ 3 Third Beer นี้ ไม่ใช่​”เบียร์” จึงไม่สามารถใส่คำว่า “เบียร์” ลงในสินค้าได้  บริษัทจึงต้องใช้วิธีการ Design กระป๋อง  ให้เหมือน “เบียร์” หรือใช้คำต่างๆ เช่น “ฟอง” “MALT” “HOP”  keyword ต่างๆที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่ามันคือ “เบียร์”

หมายเหตุ : การแยกประเภทจริงๆแล้วมีรายละเอียดยิบย่อยมากกว่านี้ ที่กล่าวถึงเป็นแค่เบื้องต้นนะคะ

Screen Shot 2560-04-24 at 20.25.27 copy

ซึ่งข้อมูลการแบ่งประเภทเหล่านี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร หากเราเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทเบียร์ เค้าก็จะมีเขียนแบ่งประเภทไว้ชัดเจนว่าสินค้าตัวไหนเป็นประเภทอะไร (ภาพจากเว็บ asahi beer)

ทำไมต้องทำเป็นหลายๆประเภท?

เหตุผลง่ายๆ เลยคือ  อัตราภาษีสุราในแต่ละประเภทมันไม่เท่ากันนั่นเอง

1.เบียร์  มีอัตราภาษี 220,000 เยนต่อ 1 กิโลลิตร
2.Happoshu มีอัตราภาษี  134,250 เยนต่อ 1 กิโลลิตร (สำหรับเบียร์ที่มี Malt ต่ำกว่า 25%) และ 178,125 เยนต่อ 1 กิโลลิตร (สำหรับเบียร์ที่มี Malt มากกว่า 25% แต่ไม่ถึง 50%)
3.Third Beer มีอัตราภาษีเพียงแค่ 80,000 เยนต่อ 1 กิโลลิตร

จะเห็นได้ว่าภาษีของประเภทที่ 3 นั้นถูกกว่าประเภทที่ 1 มากๆ  ถ้าหากลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้นโดยเทียบเป็นกระป๋องเล็ก 350ml

bbb11

ป.ล.ข้อมูลอ้างอิงมาจากบล็อคนี้ ซึ่งราคาอาจจะเปลี่ยนแปลงตามเวลาและยี่ห้อเบียร์บ้าง แต่ว่าอัตราภาษีสุรา fix ค่ะ

จะเห็นได้ว่า ภาษีสุราในเบียร์ประเภท 1, 2, 3  แตกต่างกันมากและส่งต่อราคาสุทธิอย่างมาก  ประเภทเบียร์ 1 นี่เรียกได้ว่า 37% นี่เป็นภาษีสุราอย่างเดียวเลย เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่เก็บภาษี”เบียร์” สูงมากประเทศหนึ่ง ว่ากันว่า สามารถซื้อเบียร์จากญี่ปุ่นได้ถูกกว่าที่ไต้หวัน เพราะภาษีต่ำกว่า  (เหมือนที่เราซื้อเบียร์ตลาดของเราเองจากประเทศข้างๆบ้านได้ถูกกว่าที่ไทยรึเปล่านะ)

ด้วยความต่างของภาษีนี้ทำให้บริษัทเบียร์ตลาดในญี่ปุ่น ใช้ Resource พยายามพัฒนา เครื่องดื่มที่รสชาติคล้ายเบียร์มากที่สุด โดยใช้ส่วนผสมที่ไม่เข้าข่ายการทำเบียร์  เพื่อที่จะออกผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ในราคาถูก

คดีเกี่ยวกับการแบ่งประเภทเบียร์

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าหลักการแบ่งประเภทเบียร์ที่นำมาเสนอเป็นข้อมูลเบื้องต้นมากๆเท่านั้น  ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่นวิธีการผลิต ที่มีผลยิบย่อยต่อการพิจารณาการแบ่งประเภท ซึ่งจะขอยกคดีนึงที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งประเภทเบียร์

เดือน 6 ปี 2013  Sapporo ได้วางจำหน่ายเบียร์ตัวนึง ชื่อว่า GOKU ZERO
จุดเด่นที่ทาง Sapporo เคลมคือเป็นเบียร์ที่ Sugar-free  ไม่ใช่สารสร้างความหวานสังเคราะห์ และไม่มีพิวรีน
ซึ่งออกวางจำหน่ายในประเภท 3 Third Beer  ก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

bbb12

แต่ว่าหลังจากนั้น 6 เดือน งานก็เข้าทาง Sapporo ทันที เมื่อ   NTA (National Tax Agency JAPAN) ถ้าเป็นประเทศไทยก็คืออะไรอะ สรรพสามิตเหรอ    ก็ได้ออกมากบอกว่า เบียร์ตัวนี้ ไม่น่าจะจัดอยู่ในประเภท 3 Third Beer  น่าจะเป็น 2 Low-Malt Beer รึเปล่า?

bbb13

บริษัท Sapporo เมื่อได้ทราบข่าว  หากว่าเบียร์ตัวนี้ ถูกพิจารณาว่าไม่ใช่ประเภท 3 Third Beer แล้ว กลายเป็น 2 Happoshu แทน จะทำให้ไม่สามารถขายในเรทราคาที่ขายอยู่ได้  Sapporo จึงประกาศหยุดการผลิตเบียร์ตัวนี้

  และยินยอมจ่ายส่วนต่างของภาษีในส่วนที่ขายไปแล้วทั้งหมดด้วยตัวเอง  เป็นจำนวนเงิน  1 หมื่น 1 พัน 5 ร้อยล้านเยน

  หลังจากหยุดผลิตไป  Sapporo ก็ได้ออกวางจำหน่ายเบียร์ตัวนี้ใหม่ ในฐานะ 2 Happoshu และราคาเพิ่มขึ้นนิดหน่อย

bbb14

เหมือนว่าจะจบลงด้วยดี แต่คดีพลิก  เมื่อภายหลัง ทาง Sapporo ได้ทำการ Research แล้วก็พบว่า “ไอ้ตัวที่เคยขายไปมันก็เป็นประเภท 3 Third Beer ถูกต้องแล้วนี่นา”    และทำการยื่นฟ้องร้องขอค่าส่วนต่างภาษีที่จ่ายไป 1 หมื่น 1 พัน 5 ร้อยล้านเยนคืน

แต่ทาง NTA (National Tax Agency) บอกว่า  ไม่คืนเฟ้ย!    จ่ายแล้วจ่ายเลย

เพราะ NTA ปกติแล้วไม่ค่อยพอใจกับเบียร์ประเภท 3 เท่าไหร่ (ซึ่งมันเหมือนวิธีการเลี่ยงภาษีรูปแบบหนึ่ง)  ในปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ขั้นตอนการฟ้องร้องอยู่

เบียร์ของญี่ปุ่นจะถูกลงในอนาคต / Third Beer อาจจะหายไป!?

แต่ทว่าในอนาคต (ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ทางญี่ปุ่นมีแผนที่จะปรับปรุงอัตราภาษีตรงนี้ใหม่ โดยจะปรับให้ภาษีสุราใน 3 ประเภทนี้เท่ากัน
จะมีผลยังไงบ้าง เราเทียบดูจากตารางภาษีปัจจุบันก่อน

bbb11

และหากอัตราภาษีของทั้ง 3 ประเภทเท่ากัน ราคาจะกลายเป็นแบบนี้

bbb15

จะเห็นได้ว่า หากเมื่อไหร่ที่ภาษีของ “เบียร์” และ “เครื่องดื่มแอลฯรสเบียร์” ปรับมาอยู่ที่เรทเดียวกันแล้ว  สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “เบียร์” ประเภท1 จะถูกลง  แต่ ประเภท 2 (Low-Malt) และ ประเภท 3 (Third-Beer) จะแพงขึ้น

ทำให้เบียร์ประเภท 2 และ 3  ที่มีจุดขายเป็นราคาถูกนั้นหมดข้อได้เปรียบตรงนี้ทันที  แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ได้ปรับใช้ แต่น่าสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเบียร์ประเภท 2 และ 3 เมื่อกฎหมายอันนี้ถูกใช้

สรุป

ทั้งที่ทั้งนั้น บทความนี้ ตั้งใจจะนำเสนอเกี่ยวกับ คำว่า “เบียร์” ใน Definition ของการคิดอัตราภาษีเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ   ไม่ได้หมายความว่าประเภทไหนดีกว่าประเภทไหนนะจ๊ะ อย่าง Craft Beer บางตัวหรือเบียร์นอกที่ใช้ Malt เกิน 2/3 แต่มีใช้ส่วนผสมอื่นที่กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ เลยถูกจัดเป็นประเภท 2.   เพื่อนๆที่มีข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นของประเทศอะไรก็ตาม หรือว่ามีข้อโต้แย้งอะไรสามารถเขียนแนะนำได้นะคะ

 

 

 

 

Reference:

http://www.sapporobeer.jp/book/tax/index.html

http://trutia07th-article.link/archives/3739.html

http://mikakukyokai.net/2015/09/29/beertaste/

https://detail.chiebukuro.yahoo.co.jp/qa/question_detail/q1042128960

http://www.nta.go.jp/shiraberu/zeiho-kaishaku/tsutatsu/kihon/sake/8-08.htm#a-03

http://www.j-cast.com/2014/06/18207343.html?p=all

https://ja.wikipedia.org/wiki/%E7%AC%AC%E4%B8%89%E3%81%AE%E3%83%93%E3%83%BC%E3%83%AB

https://www.youtube.com/watch?v=MV7R8FZSqKM

Comments

comments

แอดมินจ๋า

Add comment

Topics

เบียร์จ๋าTV (Youtube Channel)

x

Follow us

Don't be shy, get in touch. We love meeting interesting people and making new friends.

Most popular

Most discussed